Translate

Showing posts with label restroom. Show all posts
Showing posts with label restroom. Show all posts

Monday, December 30, 2013

ของฝากจากการไปท่องต่างแดน (เวียตนามเหนือ) - ตอนที่ 1

พอดีเมื่อต้นเดือนธันวาคมนุชได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างแดนค่ะ เราไปเที่ยวส่วนตัวเองนะ ก็คือเราไปเป็น tourist หรือ traveler แต่ถ้าเราไปเที่ยวหรือไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน เราก็จะเป็น expatriate หรือย่อๆว่า expat ภาษาไทยก็คือ คนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน คำอีกคำที่คล้ายๆกันก็คือ expedition หมายถึง การเดินทางเพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง(จะออกแนวทางการ) แต่จะไม่ได้ใช้กับการ backpacking ชิลด์ๆของเราแบบนี้ อีกคำที่หน้าตาคล้าย expatriate กับ expedition ก็คือ expedite แต่คำนี้แปลว่า เร่งหรือทำให้เร็วขึ้นค่ะ

นอกเรื่องซะยาว ขอวกกลับเข้ามาที่เดิม

ใครที่ชอบท่องเที่ยว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ป้ายต่างๆเป็นสิ่งสำคัญที่เอาไว้บอกสถานที่ โดยเฉพาะป้ายห้องน้ำ บางประเทศถึงกับควรศึกษาคำว่าห้องน้ำของภาษานั้นก่อนไปเลยทีเดียว

ตอนนุชไปเที่ยวเวียตนามเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ไปชมสุสานและพิพิธภัณฑ์โฮจิมินท์ ตอนแรกหาห้องน้ำไม่เจอ โชคดีที่พี่สาวเห็นป้ายคำว่า WC พอดี เลยบอกว่านี่แหละคือห้องน้ำ พอดีพี่สาวเคยเรียนภาษาเยอรมันแล้วบอกว่าก็ได้เรียนคำนี้ แปลว่าห้องน้ำ เราเลยรอดชีวิตไป

ขอบอกว่าตั้งแต่เกิดมา ก็เพิ่งจะรู้ว่าคำว่าห้องน้ำมีใช้คำนี้ด้วย เท่าที่เคยเห็นประเทศอื่นใช้ก็อย่างเช่น อเมริกาจะใช้ restroom หรือ bathroom หรืออย่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในระบบบริติช ก็จะใช้ toilet อีกคำหนึ่งที่เห็นบ่อยๆบนเครื่องบินก็คือ lavatory (ส่วนตัว)ไม่ค่อยเห็น WC เลย (รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้ใน http://english-is-all-around.blogspot.com/2013/06/blog-post_21.html)

 รูปฝากพี่ที่ไปด้วยถ่ายป้ายให้ แต่ดันติดเรามาโดยบังเอิญ หุหุ

แล้ว WC ทำไมถึงใช้แทนคำว่าห้องน้ำล่ะ?? คืออย่างนี้ค่ะ WC ย่อมาจาก Water Closet ก็คือ ห้องที่มีน้ำนั่นเอง ซึ่งคำนี้ใช้กันในประเทศอังกฤษและประเทศในแถบยุโรปบางประเทศค่ะ (เราไม่เคยไปอังกฤษเลยไม่ทราบว่าเขาใช้คำไหนมากกว่ากันระหว่าง WC กับ toilet)



หมวกฝากจากเวียตนามค่ะ


คำอีกคำหนึ่งที่มีความหมายว่าห้องน้ำที่ใช้กันในภาษาพูด(ไม่เป็นทางการ) ก็คือคำว่า loo นอกจากนี้ก็มีคำแสลงอื่นๆที่แปลว่าห้องน้ำอีกด้วย หากอยากรู้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่หน้าเพจ http://www.users.waitrose.com/~ttagrevatt/vlav/words.html ส่วนตัวตอนไปล่องเรือชม Halong Bay ที่เวียตนาม ไกด์ใช้คำว่า Happy room แทนคำว่าห้องน้ำค่ะ ซึ่งพอพูดออกมา เราก็พอจะเดาได้ว่าพี่แกหมายถึงห้องอะไร :)

ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง มีเรื่องเล่าว่า สาเหตุที่ใช้คำว่า loo เรียกห้องน้ำก็เพราะว่า สมัยก่อน ห้องน้ำมักจะถูกจัดไว้ที่ห้องเบอร์ 100 ซึ่งตัวเลขนี้ พออ่านเป็นภาษาอังกฤษ ก็เหมือนคำว่า loo นั่นเอง จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่เก็บมาให้อ่านเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆละกันนะคะ

เรื่องของห้องน้ำนี่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร จริงๆแล้วห้องน้ำมีเรื่องราวหรือประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจและบางครั้งเราคิดไม่ถึงเลยทีเดียวนะ ใครที่สนใจอาจจะไปหาอ่านได้ใน Facebook ที่ชื่อ Interpoo (https://www.facebook.com/interpoobangkok) ไม่ได้รู้จักเจ้าของเพจเป็นการส่วนตัวและไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ แต่พอดีไปอ่านแล้วได้รับความรู้ดีๆเลยอยากมาแบ่งปัน

ครั้งหน้าจะขอมาแชร์ของฝากจากการไปเวียตนามต่อนะคะ อย่าลืมติดตามกันต่อนะ ยังไม่จบ ^^

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามและติดตามเราได้ทาง Facebook ที่ชื่อว่าKnowledge Is All Around  (https://www.facebook.com/knowledgeisallaround) นะคะ

References:
http://en.wikipedia.org/wiki/Toilet
http://uk.answers.yahoo.com/question/index?qid=20060802123452AAuwVEd
http://kottke.org/05/02/loo-etymology

Friday, June 21, 2013

เรียนภาษาอังกฤษจากความไม่รู้ (ที่ฮาโดยบังเอิญ)

ครั้งหนึ่งนุชได้มีโอกาสร่วมงานกับคนอเมริกัน ทำให้เราได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกัน มีอยู่วันหนึ่งช่วงที่งานไม่ค่อยยุ่ง เราจะไปเข้าห้องน้ำ ก็เลยฝากเพื่อนร่วมงานดูแลงานให้แทน เผื่อว่ามีลูกค้ามาหรือมีอะไรด่วน ซึ่งเราก็ฝากงานเค้า แล้วบอกว่า   “I’ll go to the toilet.”         ฝรั่งมะกันมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา เราก็งงว่ามีอะไรหรอ เค้าก็เลยหันมาบอกว่า “You go to the toilet?” แล้วก็ฮากันต่อ สักพักนึงเค้าเลยหันมาอธิบายว่า ไอ้เจ้า toilet เนี่ยหมายถึง ....... (เค้าทำมือสองข้างกวาดเป็นรูปวงรีให้ดูค่ะ) แหมดูซิ ท่าทางการอธิบาย บอกเป็นคำพูดก็ได้นะ    ฮ่าๆๆ


ตอนนั้นเราก็งงว่า อ้าว ที่เราเรียนมาคือแบบ “I want to go to the toilet.” นี่นา มันผิดหรอ หลังจากรวบรวมสติได้แล้วก็กลับมานั่งพินิจพิเคราะห์ ก็เลยสรุปได้ว่า “I want to go to the toilet.” เนี่ย เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กับคนอังกฤษ (British English) คนอเมริกันไม่ใช้ค่ะ ซึ่งถ้าดูให้ดีแล้วอย่างฝรั่งเศสก็ใช้คำว่า “les toilettes” เหมือนกัน(ก็เค้าเป็นโซนยุโรปเก่าแก่เหมือนกันนี่เนอะ) สรุปก็คือ ถ้าจะสื่อว่าเป็น”ห้องน้ำ” สำหรับคนอังกฤษ ก็ใช้ toilet ได้ แต่ถ้าพูดกับคนอเมริกัน เค้าจะนึกว่าพูดถึงชักโครกค่ะ




ทีนี้ถ้าเราจะพูดถึงห้องน้ำกับคนอเมริกัน ก็ใช้คำว่า “restroom” หรือ “bathroom” แรกๆเราก็พอเข้าใจนะ แต่พอมานึกอีกทีก็เริ่มงงอีกแล้วว่า bathroom มันไม่ได้หมายถึงห้องอาบน้ำหรอ (แบบอาบน้ำอย่างเดียวน่ะ) ก็เราท่องมาแบบนี้หนิ bath = อาบ   room = ห้อง นี่นา แต่คนอเมริกันใช้ bathroom สำหรับห้องสุขาทั่วไปเลยโดยไม่จำกัดว่าจะว่าเป็นห้องสำหรับอาบน้ำค่ะ



สรุปนะคะ ห้องน้ำอาบน้ำของคนอังกฤษจะเรียกว่า bathroom แต่บางบ้านอาจจะมีการแยกชักโครกไว้เป็นอีกห้องหนึ่ง ซึ่งห้องนี้(หรือห้องสุขาไหนๆที่ไม่มีอ่างอาบน้ำ)จะเรียกว่า toilet ซึ่ง toilet นี้ก็แปลว่าชักโครกเช่นกันค่ะ ส่วนคนอเมริกันจะเรียกห้องสุขาว่า restroom หรือ bathroom แต่ถ้าพูดว่า toilet ก็หมายความถึงชักโครกอย่างเดียวค่ะ ซึ่งคนอเมริกันโดยทั่วไปก็ใช้ทั้ง restroom และ bathroom นะคะ หากใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามรถเข้าไปดูได้ในนี้เลยค่ะ http://en.wikipedia.org/wiki/Public_toilet



ขอทิ้งท้ายนิดนึงจากสิ่งที่สังเกตมาละกันนะคะ   จริงๆคนไทยเก่งนะ          รู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะ  แต่การที่เรารู้คำศัพท์เยอะนี่แหละ มันทำให้เราตีมั่วกันไปหมดเลย ทั้งอังกฤษแบบอังกฤษ (British English) และอังกฤษแบบอเมริกัน (American English)   ที่เป็นอย่างนี้ก็อาจเป็นเพราะ ประเทศเราไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร เราเรียนรู้เอง องค์ความรู้จากทั้งสองประเทศ(และที่อื่นๆ)เลยหลั่งไหลเข้ามา ทำให้เรารู้คำศัพท์หมด (แต่แอบปนกัน) แต่ยังไงก็ตามคนไทยเรียนรู้ได้เองโดยยังคงความเป็นเอกราชอยู่ (ในขณะที่ประเทศเพือนบ้านบางประเทศมีการใช้ภาษาอังกฤษไปในแนว British English เนื่องจากเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ) ไทยเราได้ขนาดนี้ก็สุดยอดแล้ว เราเก่งภาษาอังกฤษกว่าบางประเทศที่เค้าพัฒนากว่าเราอีกนะ (และหลายประเทศที่เป็นเอกราชและมีความเป็นชาตินิยมแต่ไม่เรียนรู้ภาษาปะกิด) รู้อย่างนี้แล้วประเทศเราควรจะภูมิใจและอย่ารีรอที่จะพัฒนาภาษานะคะ ประเทศเราให้โอกาสในการเรียนรู้ภาษาตั้งมากมาย แต่อยู่ที่เราว่าจะไขว่คว้าหรือเปล่าเท่านั้นเอง



กลับมาที่หัวข้อสักเล็กน้อย บางทีความไม่รู้ก็ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มขึ้นมานะคะ อย่างกรณีนี้ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าคำว่าห้องน้ำมีใช้ต่างกันด้วยหรือ แต่ความไม่รู้ก็เป็นบ่อเกิดให้เราไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจนรู้ว่ามันมีการใช้แตกต่างกันยังไง     สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณ http://en.wikipedia.org/wiki/ สำหรับการเป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้บทความนี้สมบูรณ์มากขึ้นค่ะ

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามและติดตามเราได้ทาง Facebook ที่ชื่อว่าKnowledge Is All Around  (https://www.facebook.com/knowledgeisallaround) นะคะ

รูปจาก: http://amusingweb.blogspot.com/2012/01/funny-and-creative-toilet-signs.html
http://amarkedman.com/2011/09/09/day-317-part-2/toilet-sign/