Translate

Showing posts with label แรงบันดาลใจ. Show all posts
Showing posts with label แรงบันดาลใจ. Show all posts

Sunday, April 20, 2014

แรงบันดาลใจ มาจากไหน (Where Does Inspiration Come From?)

ขณะที่กำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ไม่มีไอเดียในการเขียนเลย เราก็นึกย้อนไปว่า ไอเดียมาจากแรงบันดาลใจ เอ๊ะ! แล้วแรงบันดาลใจมาจากไหนล่ะ ก็เลยพยายามคิดว่า จะเขียนอะไรดี นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก มิน่า ไม่แปลกเลยที่เขาว่ากันว่า นักเขียนไส้แห้ง เพราะบทจะนึกอะไรไม่ออก ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรจริงๆ

นุชเลยถามตัวเองว่า แรงบันดาลใจมาจากไหน นั่นสิ แรงบันดาลใจมาจากไหนกัน




แล้วความที่ไม่มีแรงบันดาลใจ ก็ทำให้มีแรงบันดาลใจเกิดขึ้นมาซะงั้น เอ๊ะ! ยังไงกัน

คืออย่างนี้ค่ะ การที่นุชไม่มีแรงบันดาลใจ ทำให้นึกสงสัยว่า แล้วแรงบันดาลใจมาจากไหนกันนะ คิดไปคิดมา ก็เลยคิดขึ้นได้ว่า ทำไมเราไม่เขียนเกี่ยวกับคำว่า "แรงบันดาลใจ" ว่ามาจากไหนไปเลยล่ะ ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ

คำว่าแรงบันดาลใจ (inspiration) หรือในรูปกริยาก็คือ inspire มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน คือคำว่า in (จากข้างใน) กับคำว่า spirare (breathe, live หรือจะนึกถึงคำว่า spirit ก็ได้)

คำว่า in- เป็นคำที่เติมข้างหน้าคำรากศัพท์ (root word) ซึ่งเราจะเรียกว่าเป็น prefix โดยปกติ in- จะใช้เติมหน้าคำเพื่อสื่อความหมายว่า in หรือมาจากข้างใน/เกี่ยวกับภายใน เช่น inland (เข้าในประเทศ/ในดินแดน) หรืออาจจะทำให้คำมีความหมายปฏิเสธ (not) เช่น inconvenient (ไม่สะดวก)

ส่วนคำว่า spirare เป็นคำรากศัพท์ ซึ่งแปลว่า breathe (หายใจ) หรือ live (มีชีวิตอยู่) โดยคำว่า spirit หรือจิตวิญญาณในภาษาอังกฤษ ก็รับมาจากคำนี้ 
[จิตวิญญาณ ก็คือ การมีอยู่ (live) และการที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ก็จะต้องมีการหายใจ (breathe) นั่นเอง]

ดังนั้น ถ้านำ in + spirare มารวมกันแล้ว ก็จะแปลความหมายได้ว่า จิตวิญญาณที่มาจากภายใน แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่เกิดจากภายในจิตใจเรา และเป็นสิ่งที่จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้

รากศัพท์ spirare นี้ ยังแตกแขนงมาเป็นคำศัพท์อื่นๆอีก เช่น respire,  conspire,  perspire,  aspire etc.




ขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อยละกันนะคะ คำว่า respire แปลว่า หายใจ เป็นคำเก๋ๆ ที่มีความหมายเดียวกับ breathe มาจากคำว่า re- (อีกครั้ง) กับ spirare (หายใจ) ก็แปลตรงตัวเลยว่าเป็นการ หายใจอีกครั้ง ซึ่งก็คือ หายใจนั่นแหละค่ะ คนที่เรียนวิชาชีววิทยา หรือวิชาทางสายแพทย์ คงคุ้นเคยกับคำว่า respiratory system หรือระบบหายใจใช่มั๊ยคะ

อีกคำหนึ่งก็คือ conspire แปลว่า ร่วมกันวางแผน/สมคบคิด คำนี้มาจาก con (ร่วมกันหรือรวมกัน) + spirare (มีชีวิตอยู่/มีจิตวิญญาณ) เมื่อรวมกันแล้ว ก็จะได้ความหมายว่า มีจิตวิญญาณร่วมกัน ซึ่งก็เป็นความหมายของการวางแผนร่วมกันนั่นเอง การจะสมคบคิดกันทำอะไรซักอย่าง ก็แสดงว่าเราจะต้องมีอุดมการณ์หรือจิตวิญญาณที่เหมือนกัน หรือจะต้องนำเอาจิตวิญญาณของทุกคนมารวมกันเพื่อกระทำการนั่นเอง

และนี่ก็คือที่มาของคำว่า "แรงบันดาลใจ" และคำอื่นๆที่มีรากศัพท์เดียวกันค่ะ ส่วนแรงบันดาลใจจริงๆ หากว่าเราอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเรานั้น จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่า การอ่านหนังสือ การสงสัย ตั้งข้อสังเกต หมั่นตั้งคำถาม และจดบันทึก ก็ทำให้แรงบันดาลใจเกิดขึ้นได้ค่ะ :)

การเรียนภาษาก็เช่นกัน การหมั่นสังเกต จดจำคำศัพท์ ประโยค และหมั่นหาข้อมูล ก็ทำให้เราได้คำศัพท์เพิ่มขึ้นมานะคะ ดูอย่างกรณีนี้สิ จากคำๆเดียว คำว่า แรงบันดาลใจ ทำให้เราได้รู้คำศัพท์เพิ่มขึ้นมาอีกหลายคำเลยเชียวนะ ^_^



References:
http://www.etymonline.com/
http://www.babylon.com/
http://www.latin-dictionary.net/

ขอบคุณภาพจาก
http://www.tnooz.com/article/is-turning-dreams-into-reality-the-way-to-solve-trip-inspiration/
http://www.ccpa-accp.ca/blog/?p=2911
http://bloodclotrecovery.net/get-inspired-7-steps/

Saturday, July 13, 2013

หาแรงบันดาลใจและเอาเยี่ยงอย่าง

สวัสดีค่ะ เมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว มีข่าวว่า พี่วินมอเตอร์ไซด์คนหนึ่งนามว่าเดชชาติ ได้สัมภาษณ์กับนักข่าวสิงคโปร์ เนื่องจากสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างประเทศได้อย่างคล่องแคล่ว พี่แกบอกว่าชอบดูหนังฝรั่งแบบ original soundtrack ฟังเพลงฝรั่ง และที่ต้องขอชมว่าสุดยอดเลยก็คือ พี่แกก็ท่อง dictionary เพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่แกพูดภาษาอังกฤษได้คล่องกว่าคนที่เรียนจบปริญญาหลายๆคนอีกนะ(ไม่ได้โม้นะคะ แต่บางทีมันก็น่าคิดจริงๆ)

พี่วินเดชชาติยังบอกอีกว่า สนใจที่จะหาความรู้เพิ่มเติมอีกเรื่องเทคโนโลยี ฟังพี่แกแล้วน่าชื่นชมจริงๆ ว่าแกเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ใฝ่รู้ ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ใครที่อยากเก่งภาษา น่าเอาเป็นแบบอย่างนะคะ ใครที่อยากรู้วิธีการเรียนรู้ด้วยตัวเองของเขามากขึ้น สามารถเข้าไปอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่ http://www.thairath.co.th/content/life/353119

เห็นมั๊ยคะว่าคนเรา ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาสูงๆมาก็เก่งภาษาอังกฤษได้ บางคนเรียนจบมาจากประเทศที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ยังพูดภาษาอังกฤษด้อยกว่าคนที่ไม่เคยไปเรียนต่างประเทศแต่ฝึกภาษาด้วยตัวเอง ก็มีถมเถไปนะคะ (อันนี้เคยเจอมากับตัว) หรือใครอยากจะพิสูจน์ ก็ลองดูคลิปสัมภาษณ์ของคุณโมเม นภัสสร ในรายการ EB-Tea Break ดูสิคะ




คนเราถ้าไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ขวนขวายด้วยตัวเอง ยังไงภาษาอังกฤษต้องพัฒนาขึ้นแน่นอนค่ะ หลายๆคนบ่นว่าไม่มีเวลาไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แค่ทำงานก็หมดเวลาแล้ว งั้นลองเปลี่ยนเป็นเรียนภาษาอังกฤษเองดีมั๊ยคะ เวลายืดหยุ่นได้มากกว่าเพราะเราเป็นคนวางแผนเวลาได้เอง แต่ถ้าใครบอกว่า ก็ยังไม่มีเวลาฝึกเองอีก ลองถามตัวเองดูนะคะว่า ถ้าวันนี้คุณบอกตัวเองว่าไม่มีเวลา อีกสิบปีข้างหน้าคุณก็จะไม่มีเวลาเหมือนเดิมหรอกค่ะ ซึ่งปัญหามันก็อยู่ที่การจัดสรรเวลาของตัวคุณเองแล้วล่ะ

ทีนี้สำหรับคนที่พอจะจัดสรรเวลาได้ ก็ลองหาเวลาบางวันมานั่งดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านคอลัมน์หรืออะไรก็ได้ที่เป็นภาษาอังกฤษดูสิคะ ครั้งละ 1-2 ชั่วโมงก็ได้ บางคนยังเจียดเวลามาดูละครหลังข่าวได้เลย ทำไมจะเจียดเวลามาดูหนังฝรั่งบ้างไม่ได้ล่ะคะ

สรุปที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็อยากจะให้ทุกคน หาแรงบันดาลใจ หรือใครก็ได้ ที่สามารถเอามาเป็นเยี่ยงอย่างในการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะได้มีกำลังใจสู้ต่อไป และเอามาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง อย่าลืมนะคะ ไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ AEC ภาษาอังกฤษยิ่งสำคัญเลยค่ะ มีผลต่อการทำงานในอนาคตแน่นอน ใครจะรู้ ประเทศเพื่อนบ้านอาจจะมาแย่งงานเราทำก็ได้นะ ถ้าเราหยุดพัฒนาตัวเองอ่ะ

อยู่เมืองไทยก็เก่งภาษาอังกฤษได้ค่ะ อย่าท้อแท้ สู้ต่อไปนะคะ ^^

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามและติดตามเราได้ทาง Facebook ที่ชื่อว่าKnowledge Is All Around  (https://www.facebook.com/knowledgeisallaround) นะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก http://under30ceo.com/pictures-12-inspirational-quotes-for-entrepreneurs/